Ask me anything
Ithy Logo
Sign in to save

ไขข้อข้องใจ: ชนะคดีแล้ว! อยากได้หุ้นลูกหนี้มาชำระหนี้โดยไม่ต้องประมูล ทำได้จริงหรือ?

เจาะลึกกระบวนการบังคับคดียึดหุ้น และทางเลือกสำหรับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา

acquiring-debtor-shares-execution-fnfvbcjm

หลังจากที่คุณชนะคดีแพ่ง และศาลได้มีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามสัญญายอมความ แต่ลูกหนี้กลับผิดนัด ทำให้คุณต้องเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีเพื่อยึดหุ้นของลูกหนี้ซึ่งเป็นหุ้นในบริษัทที่มีผลประกอบการดี คำถามสำคัญคือ คุณในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา จะสามารถรับโอนหุ้นเหล่านั้นมาเพื่อ "หักกลบลบหนี้" โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการประมูลขายทอดตลาดของกรมบังคับคดีได้หรือไม่ และมีวิธีการอย่างไรบ้าง บทความนี้จะให้ความกระจ่างในประเด็นดังกล่าวค่ะ

ประเด็นสำคัญที่คุณต้องทราบ

  • หลักการทั่วไปในการบังคับคดี: โดยปกติ เมื่อมีการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ รวมถึงหุ้นในบริษัท เจ้าพนักงานบังคับคดีจะนำทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาด เพื่อนำเงินที่ได้มาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้
  • การ "หักหุ้นชำระหนี้" โดยตรง: การที่เจ้าหนี้จะรับโอนหุ้นของลูกหนี้มาโดยตรงเพื่อหักกลบลบหนี้ โดยไม่ผ่านการประมูลนั้น โดยทั่วไปไม่สามารถทำได้ตามขั้นตอนปกติของกฎหมายบังคับคดี
  • ทางเลือกที่เป็นไปได้: หากต้องการได้หุ้นมาครอบครอง วิธีที่เป็นมาตรฐานคือการเข้าร่วมประมูลซื้อหุ้นนั้น หรืออาจมีการเจรจาตกลงกับลูกหนี้นอกรอบกระบวนการบังคับคดี ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

ทำความเข้าใจกระบวนการบังคับคดียึดหุ้นตามกฎหมาย

เมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว และลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา เจ้าหนี้มีสิทธิยื่นคำขอต่อศาลเพื่อออกหมายบังคับคดี และตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการสืบหาและยึดทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อนำมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ ทรัพย์สินที่สามารถยึดได้นั้นรวมถึง "หุ้น" ในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่ลูกหนี้เป็นเจ้าของ

ขั้นตอนการยึดหุ้นของลูกหนี้

การยึดหุ้นของลูกหนี้ตามคำพิพากษามีขั้นตอนตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้:

  1. การยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี: เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องยื่นคำขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการยึดหุ้นของลูกหนี้ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น สำเนาคำพิพากษา หมายบังคับคดี และรายละเอียดเกี่ยวกับหุ้นที่ต้องการยึด
  2. การแจ้งการยึด: เจ้าพนักงานบังคับคดีจะดำเนินการแจ้งการยึดหุ้นไปยังลูกหนี้ตามคำพิพากษา และแจ้งไปยังบริษัทที่ลูกหนี้เป็นผู้ถือหุ้นอยู่ ตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 307 การแจ้งนี้มีผลให้หุ้นดังกล่าวตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าพนักงานบังคับคดี
  3. การขายทอดตลาด: หลังจากยึดหุ้นแล้ว โดยทั่วไปเจ้าพนักงานบังคับคดีจะดำเนินการนำหุ้นนั้นออกขายทอดตลาด (ประมูล) โดยไม่ชักช้า เพื่อให้ได้เงินสดมาสำหรับชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา นี่คือหลักการสำคัญเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใสในการเปลี่ยนทรัพย์สินเป็นเงินเพื่อชำระหนี้ ตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1125 ที่เกี่ยวข้องกับการขายทอดตลาดหุ้นที่ริบได้
ภาพประกอบกระบวนการทางกฎหมาย

ภาพแสดงแนวคิดเกี่ยวกับการสืบทรัพย์และการดำเนินการทางกฎหมาย

เหตุผลที่กฎหมายกำหนดให้มีการขายทอดตลาด

การที่กฎหมายกำหนดให้ทรัพย์สินที่ยึดได้ (รวมถึงหุ้น) ต้องนำออกขายทอดตลาดนั้น มีวัตถุประสงค์หลักหลายประการ:

  • เพื่อให้ได้ราคาที่เป็นธรรม: การประมูลเปิดโอกาสให้ผู้สนใจหลายรายแข่งขันกันเสนอราคา ซึ่งมักจะทำให้ได้ราคาสูงสุดหรือใกล้เคียงกับราคาตลาดมากที่สุด
  • เพื่อความโปร่งใส: กระบวนการขายทอดตลาดเป็นกระบวนการที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้
  • เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย: เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดจะถูกนำไปชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ หากมีเงินเหลือก็จะคืนให้แก่ลูกหนี้ การขายทอดตลาดจึงเป็นการคุ้มครองสิทธิของทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ รวมถึงบุคคลภายนอกที่อาจมีส่วนได้เสีย

ประเด็น "หักหุ้นชำระหนี้" โดยตรง: เป็นไปได้หรือไม่?

คำถามหลักของคุณคือ ต้องการได้หุ้นของลูกหนี้มาโดยตรงเพื่อ "หักกลบลบหนี้" โดยไม่ต้องผ่านการประมูลของกรมบังคับคดี จากข้อมูลและหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คำตอบคือ โดยทั่วไปแล้วไม่สามารถทำได้ตามกระบวนการบังคับคดีมาตรฐาน

ข้อจำกัดทางกฎหมาย

กฎหมายบังคับคดีไม่ได้กำหนดวิธีการให้เจ้าหนี้สามารถรับโอนหุ้นของลูกหนี้มาเป็นของตนโดยตรงเพื่อชำระหนี้ทดแทนการขายทอดตลาด เหตุผลสำคัญคือ:

  • หลักการเปลี่ยนทรัพย์สินเป็นเงิน: กระบวนการบังคับคดีมุ่งเน้นการเปลี่ยนทรัพย์สินของลูกหนี้ให้เป็นเงินสด เพื่อนำไปจัดสรรชำระหนี้ การโอนทรัพย์สินโดยตรงให้เจ้าหนี้อาจไม่สอดคล้องกับหลักการนี้ และอาจก่อให้เกิดปัญหาในการประเมินมูลค่าที่เป็นธรรม
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์: ในกรณีของบริษัทจำกัด ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1119 โดยทั่วไปไม่อนุญาตให้บริษัทจำกัดทำการแปลงหนี้เป็นทุนหรือหักกลบลบหนี้ด้วยหุ้นในลักษณะที่เจ้าหนี้จะได้รับหุ้นไปโดยตรงในชั้นบังคับคดี
  • ความเป็นธรรมต่อลูกหนี้และเจ้าหนี้รายอื่น: หากอนุญาตให้เจ้าหนี้รายใดรายหนึ่งรับโอนทรัพย์สินไปโดยตรง อาจกระทบสิทธิของลูกหนี้ในการได้รับส่วนต่างหากทรัพย์สินมีมูลค่าสูงกว่าหนี้ หรือกระทบสิทธิของเจ้าหนี้รายอื่น (ถ้ามี) ในการได้รับการเฉลี่ยทรัพย์

การเปรียบเทียบเส้นทางการได้มาซึ่งหุ้น: การประมูลกับการเจรจา

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ลองพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างการได้หุ้นมาจากการประมูลตามปกติ กับการพยายามเจรจาเพื่อให้ได้หุ้นมาโดยตรง (ซึ่งเป็นคนละกระบวนการกับการบังคับคดีมาตรฐาน)

แผนภูมิเรดาร์นี้แสดงการเปรียบเทียบปัจจัยต่างๆ ระหว่างการได้หุ้นผ่านการประมูลตามกระบวนการบังคับคดี กับการเจรจาตกลงกับลูกหนี้โดยตรง ซึ่งเป็นแนวทางที่อยู่นอกเหนือกระบวนการบังคับคดีปกติ คะแนนที่แสดงเป็นเพียงการประเมินเชิงคุณภาพเพื่อประกอบความเข้าใจ

จากแผนภูมิ จะเห็นได้ว่าแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน การประมูลมีความเป็นธรรมสูงตามกฎหมาย แต่อาจใช้เวลาและไม่แน่นอนว่าจะชนะประมูล ส่วนการเจรจาโดยตรงอาจเร็วกว่าและควบคุมผลได้มากกว่าหากลูกหนี้ให้ความร่วมมือ แต่อาจมีประเด็นทางกฎหมายและความเป็นธรรมที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน


ทางเลือกสำหรับเจ้าหนี้ที่ต้องการได้หุ้นของลูกหนี้

แม้ว่าการ "หักหุ้นชำระหนี้" โดยตรงในชั้นบังคับคดีจะไม่ใช่แนวทางปฏิบัติทั่วไป แต่เจ้าหนี้ก็ยังมีทางเลือกอื่นหากต้องการได้หุ้นของลูกหนี้มาครอบครอง:

1. เข้าร่วมการประมูลขายทอดตลาด

นี่เป็นวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมายและโปร่งใสที่สุด เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไปในการเข้าร่วมประมูลซื้อหุ้นที่ถูกยึดมาขายทอดตลาด หากคุณเสนอราคาสูงสุดและชนะการประมูล คุณก็จะได้หุ้นนั้นมาครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เงินที่คุณชำระค่าหุ้น (หากชนะประมูล) จะถูกนำไปหักชำระหนี้ตามคำพิพากษา หากจำนวนหนี้ของคุณน้อยกว่าราคาที่ประมูลได้ คุณอาจต้องชำระส่วนต่าง แต่หากหนี้ของคุณมากกว่าหรือเท่ากับราคาประมูล ก็สามารถใช้สิทธิหักกลบลบหนี้กับราคาที่ประมูลได้ตามระเบียบของกรมบังคับคดี

2. การเจรจาตกลงกับลูกหนี้ (นอกกระบวนการบังคับคดี)

คุณสามารถเจรจากับลูกหนี้โดยตรงเพื่อทำข้อตกลงให้ลูกหนี้โอนหุ้นมาชำระหนี้ได้ ข้อตกลงนี้ควรทำเป็นลายลักษณ์อักษรและอาจต้องได้รับคำแนะนำจากทนายความเพื่อให้มั่นใจว่าถูกต้องและมีผลผูกพันตามกฎหมาย

ข้อควรพิจารณาในการเจรจา:

  • ความสมัครใจของลูกหนี้: การโอนหุ้นในลักษณะนี้ต้องเกิดจากความยินยอมของลูกหนี้
  • การประเมินมูลค่าหุ้น: ควรมีการตกลงเรื่องมูลค่าหุ้นที่จะนำมาหักชำระหนี้ให้ชัดเจน
  • ผลกระทบต่อกระบวนการบังคับคดี: หากมีการตกลงกันได้และมีการชำระหนี้ (ด้วยการโอนหุ้น) จนครบถ้วน อาจยื่นเรื่องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อถอนการยึดหรือระงับการบังคับคดีได้
  • ความเสี่ยง: การเจรจาอาจไม่สำเร็จ หรืออาจมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายตามมาได้หากดำเนินการไม่รัดกุม

สิ่งสำคัญคือ การตกลงในลักษณะนี้เป็นการดำเนินการระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้โดยตรง และอาจอยู่นอกเหนือขอบเขตอำนาจของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะสั่งการโดยตรงได้ เว้นแต่จะเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงประนีประนอมยอมความที่ศาลรับรอง

ขั้นตอนและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งหุ้น

แผนผังความคิด (Mindmap) ด้านล่างนี้ สรุปภาพรวมของกระบวนการและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการที่เจ้าหนี้จะได้รับหุ้นของลูกหนี้มาชำระหนี้:

mindmap root["การบังคับคดียึดหุ้นเพื่อชำระหนี้"] id1["กระบวนการตามกฎหมาย"] id1a["ชนะคดีแพ่ง"] id1b["ยื่นคำขอออกหมายบังคับคดี"] id1c["เจ้าพนักงานบังคับคดียึดหุ้น"] id1c1["แจ้งการยึดต่อลูกหนี้และบริษัท"] id1d["การขายทอดตลาด (หลักการทั่วไป)"] id1d1["เพื่อให้ได้ราคาที่เป็นธรรม"] id1d2["เพื่อความโปร่งใส"] id2["การได้มาซึ่งหุ้นโดยเจ้าหนี้"] id2a["วิธีมาตรฐาน: เข้าร่วมประมูลซื้อหุ้น"] id2a1["เสนอราคาสูงสุด"] id2a2["ชำระราคาและรับโอนหุ้น"] id2b["ทางเลือกอื่น: การเจรจาตกลงกับลูกหนี้"] id2b1["ทำข้อตกลงโอนหุ้นชำระหนี้ (นอกรอบบังคับคดี)"] id2b2["ต้องอาศัยความยินยอมของลูกหนี้"] id2b3["อาจต้องดำเนินการทางทะเบียนหุ้นกับบริษัท"] id3["ข้อพิจารณา: 'หักหุ้นชำระหนี้' โดยตรงในชั้นบังคับคดี"] id3a["โดยทั่วไปไม่สามารถทำได้ตามระเบียบปกติ"] id3b["ขัดต่อหลักการขายทอดตลาดเพื่อเปลี่ยนทรัพย์เป็นเงิน"] id3c["อาจมีข้อยกเว้นในสถานการณ์พิเศษ (ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ)"] id4["ปัจจัยสำคัญ"] id4a["มูลค่าหุ้นและผลประกอบการบริษัท"] id4b["จำนวนหนี้ตามคำพิพากษา"] id4c["ข้อบังคับของบริษัทเกี่ยวกับการโอนหุ้น"] id4d["สิทธิของบุคคลภายนอก (ถ้ามี)"]

แผนผังนี้แสดงภาพรวมขั้นตอนและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการบังคับคดีหุ้นและการที่เจ้าหนี้อาจได้หุ้นมาครอบครอง

ตารางเปรียบเทียบวิธีการได้มาซึ่งหุ้นของลูกหนี้

เพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจนยิ่งขึ้นระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนปกติของกรมบังคับคดี (การประมูล) กับการเจรจาตกลงกับลูกหนี้โดยตรง (นอกกระบวนการ) สามารถสรุปได้ดังตารางนี้:

ลักษณะ การเข้าร่วมประมูล (กรมบังคับคดี) การเจรจาตกลงกับลูกหนี้โดยตรง
ความเป็นไปได้ตามกฎหมาย เป็นวิธีมาตรฐาน ถูกต้องตามกฎหมายบังคับคดี เป็นข้อตกลงทางแพ่งระหว่างบุคคล อาจต้องทำให้สอดคล้องกับกฎหมายและแจ้งผลต่อกระบวนการบังคับคดี
บทบาทของกรมบังคับคดี เป็นผู้ดำเนินการหลักในการยึดและขายทอดตลาด ไม่มีบทบาทโดยตรงในการเจรจา แต่อาจรับทราบผลการตกลงหากมีการถอนการยึด
การได้มาซึ่งหุ้น ได้หุ้นหากชนะการประมูล ได้หุ้นหากลูกหนี้ยินยอมโอนให้ตามข้อตกลง
ความแน่นอน ไม่แน่นอนว่าจะชนะประมูลและได้หุ้น ขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการเจรจาและความร่วมมือของลูกหนี้
ราคา/มูลค่า ราคาขึ้นอยู่กับการแข่งขันในการประมูล อาจได้ราคาสูงหรือต่ำกว่าที่คาด มูลค่าหุ้นเป็นไปตามที่ตกลงกัน อาจต้องมีการประเมินอิสระ
ระยะเวลา เป็นไปตามขั้นตอนของกรมบังคับคดี อาจใช้เวลาพอสมควร อาจรวดเร็วกว่าหากเจรจาสำเร็จโดยง่าย หรืออาจยืดเยื้อหากตกลงกันไม่ได้
ความโปร่งใส สูง มีกระบวนการเปิดเผย ต่ำกว่า เป็นเรื่องระหว่างสองฝ่าย แต่อาจต้องเปิดเผยหากมีผลต่อบุคคลภายนอก

ตารางนี้สรุปข้อเปรียบเทียบสำคัญระหว่างสองแนวทางหลักในการที่เจ้าหนี้อาจได้มาซึ่งหุ้นของลูกหนี้


ข้อควรระวังและคำแนะนำเพิ่มเติม

  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: กรณีการบังคับคดีมีความซับซ้อน การปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านการบังคับคดีและกฎหมายบริษัทเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องและรักษาผลประโยชน์สูงสุดของคุณ
  • ตรวจสอบข้อบังคับบริษัท: ควรตรวจสอบข้อบังคับของบริษัทที่ลูกหนี้ถือหุ้นอยู่ว่ามีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขในการโอนหุ้นอย่างไรบ้าง ซึ่งอาจมีผลต่อการรับโอนหุ้น
  • การโกงเจ้าหนี้: หากลูกหนี้ดำเนินการใดๆ เพื่อโยกย้ายถ่ายเทหุ้นโดยมีเจตนาไม่ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ อาจเข้าข่ายความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ได้ ซึ่งเจ้าหนี้สามารถดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติม

ชมวิดีโอเพื่อความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการบังคับคดี

วิดีโอด้านล่างนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการบังคับคดีแพ่ง การสืบทรัพย์ และการเตรียมเอกสาร ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจภาพรวมของกระบวนการที่คุณกำลังเผชิญอยู่:

วิดีโอนี้อธิบายขั้นตอนการบังคับคดีแพ่ง การสืบทรัพย์ การเตรียมเอกสาร และการบริหารการบังคับคดีขั้นต้น ซึ่งให้ภาพรวมที่เป็นประโยชน์

โดยสรุป การที่คุณจะได้รับโอนหุ้นของลูกหนี้โดยตรงเพื่อ "หักหุ้นชำระหนี้" โดยไม่ต้องผ่านการประมูลของกรมบังคับคดีนั้น ไม่สามารถทำได้ตามขั้นตอนปกติของกฎหมายบังคับคดีในปัจจุบัน วิธีการที่ถูกต้องตามกฎหมายคือการดำเนินการยึดหุ้นผ่านเจ้าพนักงานบังคับคดี และหากคุณต้องการได้หุ้นนั้น คุณจะต้องเข้าร่วมประมูลและเสนอราคาซื้อหุ้นดังกล่าว หรือพิจารณาเจรจาตกลงกับลูกหนี้นอกรอบกระบวนการบังคับคดีภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เจ้าพนักงานบังคับคดีมีบทบาทอย่างไรในการยึดหุ้น?

เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดกรมบังคับคดี มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาล ซึ่งรวมถึงการสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ การยึดหรืออายัดทรัพย์สิน (เช่น หุ้น) และการนำทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา การดำเนินการทั้งหมดต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ทำไมฉันจึงไม่สามารถรับโอนหุ้นของลูกหนี้มาโดยตรงเพื่อชำระหนี้ได้ทันทีในชั้นบังคับคดี?

กฎหมายบังคับคดีมีหลักการสำคัญคือการเปลี่ยนทรัพย์สินของลูกหนี้ให้เป็นเงินสดผ่านการขายทอดตลาด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการประเมินมูลค่าและเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั่วไป (รวมถึงเจ้าหนี้เอง) เข้าแข่งขันราคา การโอนทรัพย์สินให้เจ้าหนี้โดยตรงอาจไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง และอาจกระทบสิทธิของลูกหนี้ (เช่น หากทรัพย์สินมีมูลค่าสูงกว่าหนี้) หรือเจ้าหนี้รายอื่น (ถ้ามี) ดังนั้น การขายทอดตลาดจึงเป็นกระบวนการมาตรฐาน

หากลูกหนี้ยินยอมโอนหุ้นให้เพื่อชำระหนี้ จะดำเนินการอย่างไร?

หากลูกหนี้ยินยอมที่จะโอนหุ้นของตนให้คุณเพื่อเป็นการชำระหนี้ นี่จะเป็นลักษณะของข้อตกลงประนีประนอมยอมความ หรือสัญญาต่างตอบแทนที่ทำขึ้นระหว่างคุณกับลูกหนี้โดยตรง ควรจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจน ระบุรายละเอียดของหุ้น มูลค่าที่ตกลงกัน และเงื่อนไขการโอน เมื่อมีการโอนหุ้นและชำระหนี้กันเรียบร้อยแล้ว หากมีการบังคับคดีค้างอยู่ คุณสามารถแจ้งต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีพร้อมหลักฐานการชำระหนี้ (หรือการได้รับโอนหุ้นตามตกลง) เพื่อขอให้ถอนการยึดหรือระงับการบังคับคดีได้ ควรปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

บริษัทที่ลูกหนี้ถือหุ้นมีกำไร จะส่งผลต่อการยึดหุ้นอย่างไร?

การที่บริษัทมีกำไรย่อมส่งผลดีต่อมูลค่าของหุ้นนั้นๆ โดยทั่วไปหุ้นของบริษัทที่มีผลประกอบการดี มีกำไรสม่ำเสมอ และมีแนวโน้มเติบโต มักจะมีมูลค่าสูงและเป็นที่ต้องการของนักลงทุน เมื่อหุ้นดังกล่าวถูกนำออกขายทอดตลาด ก็มีโอกาสที่จะขายได้ในราคาสูง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งเจ้าหนี้ (ที่จะได้รับชำระหนี้มากขึ้น) และลูกหนี้ (หากมีเงินเหลือจากการชำระหนี้) อย่างไรก็ตาม การประเมินมูลค่าหุ้นเพื่อการขายทอดตลาดจะดำเนินการโดยเจ้าพนักงานบังคับคดีตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง


คำแนะนำสำหรับการค้นคว้าเพิ่มเติม

แหล่งอ้างอิง

thaibma.or.th
Thaibma

Last updated May 17, 2025

AI-assisted research. Sources, methodology and corrections · Source-checked guides and tools · Explore published answers

Ask Ithy AI