จำเลยคัดค้านการขายทอดตลาด? เจาะลึกทุกทางออกสำหรับโจทก์ พร้อมแนวทางจัดการหนี้สินอย่างชาญฉลาด
กลยุทธ์รับมือเมื่อการบังคับคดีสะดุด พร้อมสำรวจทางเลือกในการชำระหนี้ด้วย "หุ้น" และกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ในฐานะโจทก์ที่ดำเนินการบังคับคดีเพื่อนำทรัพย์สินของจำเลยออกขายทอดตลาด การที่จำเลยใช้สิทธิคัดค้านกระบวนการดังกล่าวอาจทำให้การดำเนินการล่าช้าและเกิดความซับซ้อนขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม กฎหมายได้กำหนดแนวทางและสิทธิให้โจทก์สามารถดำเนินการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเองได้เช่นกัน นอกจากนี้ ในสถานการณ์ที่การขายทอดตลาดไม่เป็นผลหรือมีอุปสรรค การพิจารณาทางเลือกอื่นในการชำระหนี้ เช่น การนำหุ้นของจำเลย (หากมีและเข้าเงื่อนไข) มาใช้หักกลบลบหนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ควรทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ข้อมูล ณ วันที่ 19 พฤษภาคม 2568
ประเด็นสำคัญที่โจทก์ต้องรู้
- การคัดค้านของจำเลย: จำเลยมีสิทธิคัดค้านการขายทอดตลาดภายใต้เงื่อนไขและกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด โจทก์จำเป็นต้องทำความเข้าใจมูลเหตุแห่งการคัดค้านและเตรียมแนวทางการโต้แย้งอย่างมีประสิทธิภาพ
- บทบาทของเจ้าพนักงานบังคับคดีและศาล: การดำเนินการส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาคำคัดค้าน การเลื่อนการขาย หรือการอนุมัติวิธีการชำระหนี้แบบพิเศษ จะต้องผ่านการพิจารณาและคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีหรือศาล
- การนำหุ้นมาหักหนี้: แม้จะเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่มีความซับซ้อนทางกฎหมายสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เกี่ยวกับการแปลงหนี้เป็นทุนของบริษัท ซึ่งต้องอาศัยความยินยอมและการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ทำความเข้าใจสิทธิการคัดค้านของจำเลย
จำเลยหรือผู้มีส่วนได้เสียในการขายทอดตลาดมีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาดได้ แต่การคัดค้านนั้นต้องมีมูลเหตุอันสมควรและยื่นภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
ภาพประกอบแสดงแนวคิดเรื่องการคัดค้านการขายทอดตลาดตามกฎหมาย
มูลเหตุทั่วไปในการคัดค้าน
จำเลยอาจยกเหตุผลหลายประการในการคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์สิน เช่น:
- ราคาขายต่ำเกินสมควร: อ้างว่าราคาประเมินหรือราคาเริ่มต้นในการขายทอดตลาดนั้นต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สินอย่างมาก
- กระบวนการขายทอดตลาดไม่ชอบด้วยกฎหมาย: เช่น การประกาศขายทอดตลาดไม่เป็นไปตามระเบียบที่กำหนด หรือจำเลยไม่ได้รับแจ้งหมายตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
- ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดไม่สุจริต: กรณีมีพฤติการณ์ที่น่าสงสัยว่ามีการสมยอมราคากัน หรือผู้ซื้อมีส่วนได้เสียที่ไม่เปิดเผย
- การขายทอดตลาดไม่สุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของเจ้าพนักงานบังคับคดี: หากการดำเนินการของเจ้าพนักงานมีข้อบกพร่องร้ายแรง
- จำเลยไม่ได้รับโอกาสในการหาบุคคลภายนอกมาเข้าสู้ราคา: หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยถูกกีดกันโอกาสนี้
กรอบระยะเวลาในการคัดค้าน
กฎหมายกำหนดกรอบเวลาสำหรับการยื่นคัดค้านไว้ดังนี้:
- โดยทั่วไป จำเลยต้องยื่นคำร้องคัดค้านต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีก่อนวันขายทอดตลาด และไม่ช้ากว่า 3 วันหลังจากทราบวิธีการขาย (เช่น คำประกาศขายทอดตลาด)
- ในบางกรณี เช่น การคัดค้านภายหลังการขายทอดตลาดแล้วเสร็จแต่ก่อนการบังคับคดีสิ้นสุดลง อาจต้องยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสาม
แนวทางการดำเนินการสำหรับโจทก์เมื่อจำเลยคัดค้าน
เมื่อจำเลยได้ยื่นคำคัดค้านการขายทอดตลาด โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิและควรดำเนินการดังต่อไปนี้:
1. ตรวจสอบเหตุผลและพยานหลักฐานของคำคัดค้าน
โจทก์ควรตรวจสอบรายละเอียดของคำคัดค้านว่าจำเลยอ้างเหตุผลใด และมีพยานหลักฐานสนับสนุนคำคัดค้านนั้นมากน้อยเพียงใด เพื่อประเมินความหนักแน่นของข้อคัดค้าน
2. ยื่นคำร้องโต้แย้งคำคัดค้าน
หากโจทก์เห็นว่าคำคัดค้านของจำเลยไม่มีมูลหรือไม่เป็นความจริง โจทก์สามารถยื่นคำแถลงหรือคำร้องโต้แย้งคำคัดค้านนั้นต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีหรือต่อศาล (แล้วแต่กรณี) พร้อมแสดงพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์เพื่อสนับสนุนว่าการขายทอดตลาดนั้นชอบด้วยกฎหมายและควรดำเนินการต่อไป เช่น
- หากจำเลยอ้างว่าราคาต่ำเกินไป โจทก์อาจแสดงหลักฐานราคาประเมินจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ หรือราคาซื้อขายทรัพย์สินประเภทเดียวกันในบริเวณใกล้เคียง
- หากจำเลยอ้างกระบวนการไม่ถูกต้อง โจทก์อาจต้องแสดงให้เห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ปฏิบัติตามขั้นตอนครบถ้วนแล้ว
หากเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่รับคำคัดค้านของจำเลย โจทก์สามารถยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 2 วันนับจากวันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิเสธ เพื่อให้ศาลมีคำสั่ง
3. ติดตามการพิจารณาของเจ้าพนักงานบังคับคดีและศาล
เจ้าพนักงานบังคับคดีหรือศาลจะเป็นผู้พิจารณาคำคัดค้านของจำเลยและคำโต้แย้งของโจทก์ หากคำคัดค้านมีเหตุผลฟังขึ้น การขายทอดตลาดอาจถูกเลื่อนออกไป หรือศาลอาจมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดนั้น แต่หากคำคัดค้านไม่มีน้ำหนัก ศาลอาจยกคำร้องและสั่งให้ดำเนินการขายทอดตลาดต่อไป
ตารางสรุปประเด็นการคัดค้านและแนวทางการตอบสนองของโจทก์
ตารางนี้สรุปประเด็นการคัดค้านที่อาจพบได้บ่อย และแนวทางการดำเนินการเบื้องต้นสำหรับโจทก์:
| ประเด็นการคัดค้านของจำเลย | มูลเหตุที่เป็นไปได้ | แนวทางการดำเนินการของโจทก์ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| ราคาขายต่ำเกินไป | จำเลยอ้างว่าราคาประเมินหรือราคาเริ่มต้นต่ำกว่าความเป็นจริง | โจทก์นำเสนอหลักฐานการประเมินราคาที่สมเหตุสมผล, ข้อมูลราคาตลาด | ตรวจสอบความถูกต้องของราคาประเมินจากกรมบังคับคดี และเตรียมข้อมูลเปรียบเทียบ |
| กระบวนการขายไม่ชอบด้วยกฎหมาย | การประกาศขายไม่ทั่วถึง, การแจ้งจำเลยไม่ถูกต้องตามขั้นตอน | โจทก์ตรวจสอบการปฏิบัติตามขั้นตอนของเจ้าพนักงานบังคับคดี, ยืนยันความถูกต้อง | การไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนอาจเป็นเหตุให้การขายถูกเพิกถอนได้ |
| ผู้ซื้อทอดตลาดไม่สุจริต | มีการสมยอมราคา หรือผู้ซื้อมีผลประโยชน์ทับซ้อน | หากโจทก์ไม่ใช่ผู้ซื้อเอง ให้เป็นดุลยพินิจของศาลในการพิจารณาจากพยานหลักฐาน | การพิสูจน์ความไม่สุจริตมักเป็นเรื่องซับซ้อนและต้องมีหลักฐานชัดเจน |
| ขอเจรจาชำระหนี้ด้วยวิธีอื่น | เช่น ขอผ่อนผัน, ขอปรับโครงสร้างหนี้, หรือเสนอหุ้นเพื่อหักหนี้ | โจทก์พิจารณาข้อเสนอ, เจรจาโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้และกรอบกฎหมาย | การตกลงใดๆ ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร และอาจต้องได้รับอนุมัติจากศาลหรือเจ้าพนักงานฯ |
สถานการณ์: ไม่มีผู้เข้าประมูลทรัพย์สิน
ในกรณีที่ได้มีการประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่มีผู้สนใจเข้าสู้ราคาหรือเสนอราคาประมูลเลย สถานการณ์นี้จะส่งผลให้ทรัพย์สินยังไม่ถูกขายออกไปเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ โดยทั่วไปเจ้าพนักงานบังคับคดีจะดำเนินการดังนี้:
- เลื่อนการขายทอดตลาด: เจ้าพนักงานบังคับคดีจะกำหนดวันขายทอดตลาดนัดใหม่ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีการประกาศขายทอดตลาดอย่างน้อย 6 นัด โดยแต่ละนัดอาจห่างกันไม่เกิน 21 วัน เพื่อให้ราคาเกิดการผูกพันเป็นระยะเวลาหนึ่ง (เช่น 30 วัน ตามที่ระบุในบางแนวทาง)
- การปรับลดราคาเริ่มต้น (ถ้ามี): ในการขายทอดตลาดนัดต่อๆ ไป เจ้าพนักงานบังคับคดีอาจพิจารณาปรับลดราคาเริ่มต้นของการประมูลลงตามระเบียบที่กำหนด เพื่อจูงใจให้มีผู้สนใจเข้าร่วมประมูลมากขึ้น
- โจทก์เข้าซื้อทรัพย์เอง: โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้มีสิทธิเข้าสู้ราคาในการประมูลได้เช่นกัน หากเห็นว่าราคาเหมาะสมและเป็นประโยชน์ในการได้รับชำระหนี้
โจทก์ควรติดตามประกาศของกรมบังคับคดีอย่างใกล้ชิด และประสานงานกับเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อทราบความคืบหน้าและกำหนดการขายทอดตลาดนัดต่อไป
ภาพประกอบเกี่ยวกับกระบวนการประมูลทรัพย์สินจากกรมบังคับคดี
การพิจารณานำ "หุ้น" มาหักลบกลบหนี้: ทางเลือกที่ซับซ้อน
ตามที่ท่านสอบถามเกี่ยวกับการนำหุ้นของจำเลยมาหักหนี้ กรณีนี้มีความซับซ้อนและมีข้อจำกัดทางกฎหมายที่สำคัญ โดยเฉพาะหากจำเลยเป็นบริษัทจำกัด การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่ส่วนหนึ่งของกระบวนการบังคับคดีขายทอดตลาดโดยตรง แต่เป็นลักษณะของการเจรจาตกลงเพื่อชำระหนี้ด้วยวิธีอื่น หรือที่เรียกว่า "การแปลงหนี้เป็นทุน" (Debt-to-Equity Swap)
ข้อจำกัดทางกฎหมายที่สำคัญ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1119 วรรคสอง มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการชำระค่าหุ้น โดยห้ามมิให้บริษัทจำกัดทำการแปลงหนี้สินของบริษัทเป็นทุนโดยการนำหนี้ที่บริษัทมีต่อเจ้าหนี้มาหักกลบลบหนี้กับค่าหุ้นที่เจ้าหนี้จะต้องชำระให้แก่บริษัทโดยตรง เว้นแต่จะดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นพิเศษสำหรับการเพิ่มทุนและชำระค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินอื่นที่ไม่ใช่ตัวเงิน หรือการแปลงหนี้เป็นทุนตามโครงการที่ได้รับอนุมัติ
ความหมายในทางปฏิบัติ
นั่นหมายความว่า การที่โจทก์ (เจ้าหนี้) จะรับหุ้นของบริษัทจำเลย (ลูกหนี้) เพื่อเป็นการชำระหนี้โดยตรงนั้น ไม่สามารถทำได้โดยพลการ หากไม่ผ่านกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น:
- การเจรจาตกลง: ต้องมีการตกลงยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย (โจทก์และจำเลย)
- กระบวนการเพิ่มทุนของบริษัทจำเลย: บริษัทจำเลยอาจต้องดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียน และออกหุ้นใหม่เพื่อจัดสรรให้แก่โจทก์เป็นการชำระหนี้
- การปฏิบัติตามกฎหมายบริษัท: ต้องมีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติการเพิ่มทุนและการออกหุ้นเพื่อชำระหนี้ และต้องดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- การประเมินมูลค่าหุ้น: มูลค่าของหุ้นที่จะนำมาหักหนี้ต้องมีความสมเหตุสมผลและเป็นที่ยอมรับ
ขั้นตอนที่เป็นไปได้ (หากจำเลยยินยอมและเข้าเงื่อนไข)
- การเจรจาและทำข้อตกลง: โจทก์และจำเลยต้องเจรจาและทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับการชำระหนี้ด้วยหุ้น ระบุมูลค่าหนี้ จำนวนหุ้น และมูลค่าหุ้นที่ตกลงกัน
- ดำเนินการทางกฎหมายของบริษัทจำเลย: บริษัทจำเลยต้องดำเนินการภายในองค์กรตามกฎหมายบริษัท (เช่น มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น) เพื่ออนุมัติการออกหุ้นใหม่เพื่อชำระหนี้
- การจดทะเบียน: ดำเนินการจดทะเบียนเพิ่มทุน (หากจำเป็น) และการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- แจ้งศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดี: หากเรื่องอยู่ในระหว่างการบังคับคดี อาจต้องแจ้งข้อตกลงนี้ให้ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบเพื่อระงับหรือปรับปรุงกระบวนการบังคับคดี
ข้อควรระวัง: การดำเนินการนี้มีความซับซ้อนทางกฎหมายและบัญชีสูง ควรปรึกษาทนายความและผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีเพื่อให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างถูกต้องและไม่ขัดต่อกฎหมาย หากดำเนินการไม่ถูกต้อง ข้อตกลงดังกล่าวอาจไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย
แผนผังกระบวนการรับมือเมื่อจำเลยคัดค้านการขายทอดตลาด
แผนผังนี้แสดงภาพรวมของขั้นตอนหลักๆ ที่เกี่ยวข้องเมื่อจำเลยยื่นคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์สิน เพื่อให้เห็นแนวทางการดำเนินการที่เป็นไปได้สำหรับโจทก์
ปัจจัยชี้วัดในการจัดการข้อคัดค้านและการบังคับคดี
ความสำเร็จในการจัดการข้อคัดค้านของจำเลยและการดำเนินการบังคับคดีให้ลุล่วงนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แผนภูมิเรดาร์ด้านล่างนี้แสดงการวิเคราะห์เชิงคุณภาพของปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อสถานการณ์ที่แตกต่างกันในการบังคับคดี ค่าคะแนนสูง (เช่น 8-10) หมายถึงปัจจัยนั้นมีความสำคัญหรือส่งผลกระทบเชิงบวก/ลบสูงในสถานการณ์นั้นๆ
แผนภูมินี้เป็นเพียงการวิเคราะห์เชิงคุณภาพเพื่อประกอบความเข้าใจ ปัจจัยและน้ำหนักอาจเปลี่ยนแปลงไปตามข้อเท็จจริงเฉพาะของแต่ละคดี
วิดีโอแนะนำ: ความรู้เกี่ยวกับการคัดค้านการขายทอดตลาด
วิดีโอนี้ให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นการคัดค้านการขายทอดตลาดตามกฎหมาย ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจสิทธิและกระบวนการที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น การทำความเข้าใจกฎหมายและระเบียบใหม่ๆ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับทั้งโจทก์และจำเลย เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องและรักษาผลประโยชน์ของตนเองในกระบวนการบังคับคดี การคัดค้านการขายทอดตลาดมักเกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องราคา ความสุจริตของผู้ซื้อ หรือความถูกต้องของกระบวนการ การทราบหลักเกณฑ์เหล่านี้จะช่วยให้โจทก์สามารถเตรียมการโต้แย้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิดีโออธิบายเกี่ยวกับการคัดค้านการขายทอดตลาดตามกฎหมายใหม่
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
จำเลยสามารถคัดค้านการขายทอดตลาดได้ทุกกรณีหรือไม่?
ไม่เสมอไป การคัดค้านต้องมีเหตุผลอันสมควรตามกฎหมาย เช่น ราคาขายทรัพย์สินต่ำเกินสมควร กระบวนการขายทอดตลาดไม่ถูกต้อง หรือผู้ซื้อทรัพย์ไม่สุจริต และที่สำคัญคือต้องยื่นคัดค้านภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หากการคัดค้านไม่มีมูลเหตุเพียงพอ หรือยื่นเกินกำหนดเวลา เจ้าพนักงานบังคับคดีหรือศาลอาจยกคำร้องคัดค้านนั้นได้
หากไม่มีผู้เข้าประมูลทรัพย์สินในการขายทอดตลาด โจทก์ควรทำอย่างไร?
ในกรณีที่ไม่มีผู้สนใจเข้าประมูล เจ้าพนักงานบังคับคดีอาจเลื่อนการขายออกไปและกำหนดวันขายทอดตลาดนัดใหม่ ซึ่งอาจมีการพิจารณาปรับลดราคาเริ่มต้นลงตามระเบียบ เพื่อจูงใจผู้ซื้อ โจทก์ควรประสานงานกับเจ้าพนักงานบังคับคดีอย่างต่อเนื่องเพื่อติดตามความคืบหน้า และสามารถใช้สิทธิเข้าเสนอราคาซื้อทรัพย์นั้นเองได้หากเห็นสมควร
การนำหุ้นมาหักหนี้ตามที่สอบถาม สามารถทำได้ทันทีหรือไม่ และมีเงื่อนไขอย่างไร?
การนำหุ้นมาหักหนี้ (หรือการแปลงหนี้เป็นทุน) ไม่สามารถทำได้โดยพลการและไม่ใช่ส่วนหนึ่งของกระบวนการบังคับคดีขายทอดตลาดโดยตรง แต่เป็นเรื่องของการตกลงกันระหว่างโจทก์และจำเลย (หากจำเลยเป็นบริษัท) และต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1119 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีขั้นตอนที่ซับซ้อน เช่น การอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลย การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และอาจต้องได้รับอนุมัติจากศาลหากเกี่ยวข้องกับคดีที่กำลังดำเนินอยู่ การดำเนินการนี้ต้องระมัดระวังและควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย
หากศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นด้วยกับคำคัดค้านของจำเลย จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?
หากคำคัดค้านของจำเลยมีเหตุผลอันสมควรและได้รับการยอมรับ ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีอาจมีคำสั่งให้เลื่อนการขายทอดตลาดออกไป สั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องในกระบวนการ หรือในกรณีร้ายแรงอาจสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดนั้น ซึ่งโจทก์อาจต้องเริ่มกระบวนการบางส่วนใหม่ หรือหากเป็นเรื่องราคา ก็อาจต้องมีการประเมินราคาใหม่หรือปรับเงื่อนไขการขาย
คำค้นหาที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาเพิ่มเติม
- ขั้นตอนการยื่นคำร้องโต้แย้งคำคัดค้านการขายทอดตลาดของจำเลยมีอะไรบ้าง?
- กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแปลงหนี้เป็นทุนในบริษัทจำกัดมีรายละเอียดอย่างไร?
- สิทธิและหน้าที่ของโจทก์ในการบังคับคดีแพ่งตามกฎหมายใหม่มีอะไรบ้าง?
- แนวทางการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อการขายทอดตลาดที่เป็นธรรมและเหมาะสมคืออะไร?
แหล่งอ้างอิง
Last updated May 19, 2025