Hampton's Hump Sign: ความเข้าใจอย่างละเอียดเกี่ยวกับสัญญาณทางรังสีที่เกี่ยวข้องกับภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
ทำความเข้าใจลักษณะทางรังสี สาเหตุ และความสำคัญของ Hampton's Hump ในการวินิจฉัยภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
Hampton's hump เป็นสัญญาณทางรังสีที่สำคัญ แต่พบได้ไม่บ่อยนัก ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด (Pulmonary Embolism - PE) และการเกิดเนื้อตายในปอด (Pulmonary Infarction) สัญญาณนี้ถูกอธิบายครั้งแรกโดย Aubrey Otis Hampton ในปี ค.ศ. 1940 โดยมีลักษณะเฉพาะที่ปรากฏบนภาพถ่ายรังสีทรวงอก
ประเด็นสำคัญ
- Hampton's hump คือเงาทึบรูปทรงลิ่มหรือรูปโดมที่บริเวณส่วนปลายของปอด โดยมีฐานชิดกับเยื่อหุ้มปอด
- สัญญาณนี้เกิดจากการขาดเลือดในเนื้อปอด (pulmonary infarction) ซึ่งเป็นผลมาจากการอุดตันของหลอดเลือดแดงในปอด โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวร่วมด้วย
- แม้ว่า Hampton's hump จะมีความจำเพาะค่อนข้างสูงสำหรับการวินิจฉัยภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด แต่มีความไวต่ำ ทำให้ไม่สามารถใช้เป็นสัญญาณเดียวในการวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ
ลักษณะทางรังสีของ Hampton's Hump
Hampton's hump ปรากฏบนภาพถ่ายรังสีทรวงอกเป็นเงาทึบ (opacity) ที่มีลักษณะเด่นหลายประการ:
- รูปทรง: โดยทั่วไปมีรูปทรงลิ่ม (wedge-shaped) หรือรูปโดม (dome-shaped)
- ตำแหน่ง: พบที่บริเวณส่วนปลาย (periphery) ของปอด
- ขอบ: มีฐานที่ติดกับเยื่อหุ้มปอด (pleural-based)
- ทิศทาง: บางครั้งอาจมีขอบด้านในโค้งเข้าหาขั้วปอด (hilum)
เงาทึบนี้แสดงถึงบริเวณที่มีเลือดออกและเนื้อเยื่อปอดที่ตายแล้ว (hemorrhage and necrotic lung tissue) ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดเลือดเนื่องจากหลอดเลือดแดงในปอดถูกอุดตัน
ภาพถ่ายรังสีทรวงอกแสดงเงาทึบรูปทรงลิ่มที่บริเวณส่วนปลายของปอด ซึ่งเป็นลักษณะของ Hampton's Hump
ความแตกต่างจากสัญญาณทางรังสีอื่นๆ
นอกจาก Hampton's hump ยังมีสัญญาณทางรังสีอื่นๆ ที่อาจพบร่วมกับภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด แต่มีลักษณะแตกต่างกัน:
- Westermark sign: แสดงถึงการลดลงของหลอดเลือดและเลือดในบริเวณปอดที่เกิดการอุดตัน ทำให้บริเวณนั้นดูโปร่งแสงกว่าปกติ (regional oligemia or hyperlucency) สัญญาณนี้มีความไวต่ำเช่นกัน แต่มีความจำเพาะปานกลาง
- Fleischner sign: หมายถึงการขยายตัวของหลอดเลือดแดงในปอดส่วนกลางที่อยู่ก่อนถึงบริเวณที่เกิดการอุดตัน
- Palla’s sign: แสดงถึงการขยายตัวของหลอดเลือดแดงในปอดด้านขวาที่ทอดลงมา (right descending pulmonary artery)
สาเหตุและการเกิด Hampton's Hump
Hampton's hump เกิดจากการขาดเลือดในเนื้อปอด (pulmonary infarction) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ประมาณ 10-15% ของผู้ป่วยที่มีภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด สาเหตุหลักของการเกิดเนื้อตายในปอดนี้คือ:
- การอุดตันของหลอดเลือดแดงในปอด: ลิ่มเลือด (thrombus) จากส่วนอื่นของร่างกาย โดยเฉพาะจากหลอดเลือดดำที่ขา ลอยตามกระแสเลือดไปอุดตันในหลอดเลือดแดงในปอด
- การขาดเลือด: เมื่อหลอดเลือดแดงในปอดถูกอุดตัน เนื้อเยื่อปอดในบริเวณที่ขาดเลือดจะเกิดภาวะขาดออกซิเจนและสารอาหาร
- การเกิดเนื้อตาย: หากการอุดตันมีความรุนแรงและไม่มีการไหลเวียนของเลือดจากหลอดเลือดฝอยของหลอดลม (bronchial arterial circulation) มาเลี้ยงอย่างเพียงพอ เนื้อเยื่อปอดบริเวณนั้นก็จะตายและเกิดเป็นเนื้อตายในปอด
- ปัจจัยเสริม: ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวร่วมด้วยมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดเนื้อตายในปอดเมื่อมีภาวะลิ่มเลือดอุดกั้น เนื่องจากภาวะหัวใจล้มเหลวส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดในปอด ทำให้เนื้อเยื่อปอดไม่สามารถรับเลือดจากหลอดเลือดฝอยของหลอดลมมาชดเชยการขาดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลังจากเกิดเนื้อตายในปอด จะมีการสะสมของเลือดและของเหลวในบริเวณนั้น ทำให้ปรากฏเป็นเงาทึบที่เห็นบนภาพถ่ายรังสีทรวงอก
กลไกการเกิดรูปทรงลิ่มหรือโดม
รูปทรงลิ่มของ Hampton's hump เกิดจากลักษณะทางกายวิภาคของปอด โดยบริเวณที่เกิดเนื้อตายมักจะมีขอบเขตตามแนวของเยื่อกั้นระหว่างกลีบปอด (interlobar fissures) หรือเยื่อหุ้มปอดด้านข้าง (pleural surface) ทำให้เกิดเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมโดยมีฐานชิดกับเยื่อหุ้มปอด และยอดชี้เข้าหาขั้วปอด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีการไหลเวียนของเลือดจากหลอดเลือดฝอยของหลอดลมมาเลี้ยงบริเวณปลายสุดของส่วนปอด (bronchopulmonary segment) ทำให้ยอดของรูปทรงลิ่มอาจไม่เกิดเนื้อตายและมีลักษณะโค้งมนขึ้น จึงบางครั้งอาจเห็นเป็นรูปทรงโดม
ภาพ CT Scan แสดงบริเวณ pulmonary infarct ซึ่งปรากฏเป็นเงาทึบ
ความสำคัญในการวินิจฉัย
Hampton's hump เป็นสัญญาณทางรังสีที่ช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด โดยเฉพาะเมื่อพบร่วมกับอาการทางคลินิกที่เข้าได้ เช่น อาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลันขณะหายใจ (pleuritic chest pain) และอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน (sudden onset of dyspnea)
อย่างไรก็ตาม ควรทำความเข้าใจข้อจำกัดของ Hampton's hump ในการวินิจฉัย:
-
ความไวต่ำ: พบ Hampton's hump ในภาพถ่ายรังสีทรวงอกของผู้ป่วย PE เพียง 22% เท่านั้น ทำให้ผู้ป่วย PE ส่วนใหญ่ไม่มีสัญญาณนี้
-
ความจำเพาะปานกลางถึงสูง: เมื่อพบ Hampton's hump มีความจำเพาะสำหรับการวินิจฉัย PE อยู่ที่ประมาณ 82% หมายความว่าเมื่อพบสัญญาณนี้ มีโอกาสสูงที่ผู้ป่วยจะมีภาวะ PE
-
อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้: แม้ว่า Hampton's hump มักเกิดจาก PE แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดเนื้อตายในปอดได้ เช่น การอุดตันของหลอดเลือดจากเชื้อรา Aspergillus ที่รุกรานหลอดเลือด (angioinvasive aspergillosis)
บทบาทในการวินิจฉัยร่วมกับการตรวจอื่นๆ
เนื่องจากความไวต่ำของ Hampton's hump การวินิจฉัยภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดจึงไม่สามารถอาศัยเพียงสัญญาณนี้ได้ การตรวจวินิจฉัยมาตรฐานในปัจจุบันคือ การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดแดงในปอด (Computed Tomographic Pulmonary Angiography - CTPA) ซึ่งมีความไวและความจำเพาะสูงกว่ามาก (ประมาณ 89% และ 95% ตามลำดับ)
Hampton's hump จึงมีความสำคัญในฐานะสัญญาณเริ่มต้นที่อาจพบในภาพถ่ายรังสีทรวงอก ซึ่งเป็นการตรวจเบื้องต้นที่ทำได้ง่ายและรวดเร็ว หากพบสัญญาณนี้ร่วมกับความสงสัยทางคลินิก ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมด้วย CTPA เพื่อยืนยันการวินิจฉัย PE
ภาพ CTPA แสดง pulmonary embolus และบริเวณ pulmonary infarction (Hampton's Hump)
ตารางสรุปสัญญาณทางรังสีที่เกี่ยวข้องกับภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
ตารางนี้สรุปสัญญาณทางรังสีที่อาจพบในภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด รวมถึงลักษณะและข้อจำกัด:
| สัญญาณทางรังสี | ลักษณะบนภาพถ่ายรังสีทรวงอก | สาเหตุ | ความไว | ความจำเพาะ |
|---|---|---|---|---|
| Hampton's Hump | เงาทึบรูปทรงลิ่มหรือโดมที่ส่วนปลายปอด มีฐานชิดเยื่อหุ้มปอด | Pulmonary infarction (เนื้อตายในปอด) | ต่ำ (22%) | ปานกลางถึงสูง (82%) |
| Westermark Sign | การลดลงของหลอดเลือดและเลือดในบริเวณปอดที่อุดตัน (peripheral oligemia) | Reduced pulmonary blood flow distal to embolus | ต่ำ (22%) | ปานกลาง (82%) |
| Fleischner Sign | การขยายตัวของหลอดเลือดแดงในปอดส่วนกลาง | Pulmonary artery dilation proximal to embolus | ต่ำ | ต่ำ |
| Palla’s Sign | การขยายตัวของหลอดเลือดแดงในปอดด้านขวาที่ทอดลงมา | Increased pressure and flow in the right descending pulmonary artery due to embolus | ต่ำ | ต่ำ |
จะเห็นได้ว่า Hampton's hump และสัญญาณอื่นๆ มีความไวต่ำในการตรวจหา PE ด้วยภาพถ่ายรังสีทรวงอก การตรวจ CTPA จึงยังคงเป็นวิธีมาตรฐานในการวินิจฉัย PE
วิวัฒนาการของ Hampton's Hump
ลักษณะของ Hampton's hump อาจเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา หากเนื้อเยื่อปอดยังไม่เกิดเนื้อตายถาวร Hampton's hump อาจยุบตัวลงภายในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งเรียกว่า "melting sign" เนื่องจากลักษณะการสลายตัวคล้ายกับก้อนน้ำแข็งที่ละลาย อย่างไรก็ตาม หากเกิดเนื้อตายถาวรขึ้น บริเวณนั้นอาจกลายเป็นแผลเป็นในปอด (pulmonary scar) โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว
ข้อควรจำ
ถึงแม้ Hampton's hump จะเป็นสัญญาณทางรังสีที่น่าสนใจและช่วยในการพิจารณาภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด แต่ไม่ควรใช้เพียงสัญญาณนี้ในการวินิจฉัยหรือตัดภาวะ PE ออกไป การวินิจฉัยภาวะ PE ต้องอาศัยการประเมินจากอาการทางคลินิก ปัจจัยเสี่ยง การตรวจร่างกาย และการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เช่น D-dimer และ CTPA
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Hampton's hump พบได้บ่อยแค่ไหนในผู้ป่วยภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด?
Hampton's hump เป็นสัญญาณที่พบได้ไม่บ่อยในภาพถ่ายรังสีทรวงอกของผู้ป่วยภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด พบได้ประมาณ 22%
Hampton's hump เกิดจากสาเหตุอื่นนอกจากภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดได้หรือไม่?
ได้ Hampton's hump เกิดจากเนื้อตายในปอด ซึ่งสาเหตุหลักคือภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดในปอดและเนื้อตายได้
การพบ Hampton's hump หมายความว่าต้องเป็นภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดเสมอไปหรือไม่?
ไม่เสมอไป การพบ Hampton's hump มีความจำเพาะค่อนข้างสูงสำหรับ PE แต่ไม่ 100% และต้องพิจารณาร่วมกับอาการทางคลินิกและการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม
การตรวจวินิจฉัยภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดที่ดีที่สุดคืออะไร?
การตรวจวินิจฉัยมาตรฐานในปัจจุบันคือ การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดแดงในปอด (CTPA)
วิดีโอที่เกี่ยวข้อง
วิดีโอนี้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hampton's Hump และสัญญาณทางรังสีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด:
วิดีโอจากช่อง "Chest X-Ray Lung Normal Vs Abnormal Image Appearances..." อธิบายสัญญาณต่างๆ ที่พบได้ในภาพถ่ายรังสีทรวงอกผิดปกติ รวมถึง Hampton's Hump ซึ่งช่วยให้เห็นภาพลักษณะทางรังสีของสัญญาณนี้ในบริบทของการแปลผลภาพถ่ายรังสีทรวงอก
อ้างอิง
Last updated May 8, 2025